<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความ &#8211; Siam Amulet Collection</title>
	<atom:link href="https://www.siamamuletcollection.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.siamamuletcollection.com</link>
	<description>องค์กรผู้เชี่ยวชาญเรื่องพระเครื่อง เพื่อใช้วิทยาศาสตร์พิสูจน์ความแท้ของพระเก่าอย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์และแม่นยำ พร้อมผลักดันพระเเท้สู่ตลาดโลกอย่างมีมาตรฐาน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Oct 2025 02:06:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.siamamuletcollection.com/wp-content/uploads/2025/02/white-new-sac-logo-150x150.png</url>
	<title>บทความ &#8211; Siam Amulet Collection</title>
	<link>https://www.siamamuletcollection.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>พระรอด</title>
		<link>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%94/</link>
					<comments>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%94/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[siamamulet]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 08:13:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.siamamuletcollection.com/?p=1429</guid>

					<description><![CDATA[“พระรอด” วัดมหาวัน พระรอดมหาวัน 1 ในเบญจภาคี ประวัตโดยสังเขป : พระรอด วัดมหาวันคือ 1 ใน 5 ของพระเครื่องชุดเบญจภาคีเป็นพระเครื่องที่มีชื่อเสียงของจังหวัดลำพูนที่มีอายุการสร้างกว่า 1,000 ปี พระรอดมีลักษณะเป็นพระเนื้อดิน พิมพ์ขนาดเล็ก เป็นพระปางมารวิชัย ด้านหล้งขององค์พระจะไม่มีลวดลายอะไรนอกจากรอยนิ้วมือ โดยเคยมีตำนานเล่าว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“พระรอด” วัดมหาวัน</p>



<p>พระรอดมหาวัน 1 ในเบญจภาคี</p>



<p>ประวัตโดยสังเขป : พระรอด</p>



<p>วัดมหาวันคือ 1 ใน 5 ของพระเครื่องชุดเบญจภาคีเป็นพระเครื่องที่มีชื่อเสียงของจังหวัดลำพูนที่มีอายุการสร้างกว่า 1,000 ปี พระรอดมีลักษณะเป็นพระเนื้อดิน พิมพ์ขนาดเล็ก เป็นพระปางมารวิชัย ด้านหล้งขององค์พระจะไม่มีลวดลายอะไรนอกจากรอยนิ้วมือ</p>



<p>โดยเคยมีตำนานเล่าว่า นอกจากพระรอดเเล้วยังมี พระคง ที่ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกัน โดย วาสุเทพฤาษี และ สุกกทันตฤาษี เป็นผู้สร้าง เนื่องจากท่านได้มีการ คาดการณ์ถึงศึกสงครามที่อาจมีข้าศึกมารุกรานเมืองหริภุญชัย จึงได้จัดหาดินลำพูนทั้ง 4 ทิศ ว่านกว่า 1,000 ชนิด และเกสรดอกไม้มาผสมเข้าด้วยกัน จากนั้นก็ร่ายคาถาเพื่อสร้างพระพิมพ์ขึ้น 2 องค์ คือ พระคง เพื่อความมั่นคงของนครหริภุญชัย อีกพิมพ์หนึ่งเรียกว่า พระรอด เพื่อความอยู่รอดปลอดภัย จากนั้นก็นำพระคงไปบรรจุไว้ที่วัดพระคงฤาษี และนำพระรอดไปบรรจุไว้ที่วัดมหาวันค่ะ</p>



<p>พุทธคุณ : ด้านแคล้วคลาด ปราศจากภัยอันตราย ขจัดสิ่งไม่ดี มีเสน่ห์เมตตามหานิยม ได้ลาภผล และคงกระพันชาตรี</p>



<p>พระรอด สร้างประมาณ พ.ศ. 1200 ผู้สร้างคือ พระนางจามเทวี ราชธิดาของพระจ้ากรุงละโว้(ลพบุรี)ผู้ซึ่งครองทศพิธราชธรรมอย่างเคร่งครัด เช่นนี้ จึงเป็นที่โสมนัสของ 2 ฤาษี คือ สุกกทันต์ฤาษี และวาสุเทพฤาษี เพื่อเป็นการเสริมสร้างพระเกียรติให้กับพระนาง จึงใช้วิชาอาคมของท่านสร้างพระรอด จนเป็นที่กล่าวขานมาถึงทกวันนี้ (กว่า 1300 ปีมาแล้ว) พระรอด เป็นชื่อที่เรียกผิดเพี้ยนมาจาก พระนารอท หรือ พระนารทะ ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นพระนามสำคัญอันปรากฏให้เห็นในตำนานพุทธศาสนา หลายครั้งหลายครา เช่น เป็นพระนามของพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง ใน บทอาฎาฎิปริต เป็นพระนามของพระโพธิสัตว์ ใน พรหมนารทชาดก และนามของบุตรพระโพธิสัตว์ ใน นิบาตชาดก เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังปรากฏในคัมภีร์ของพรามณ์</p>



<p>เป็นของขลังขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยความอลังการจากฝีมือช่างยุคนั้นพุทธลักษณะของพระรอด เป็นศิลปะแบบลพบุรียุคต้น เป็นพระเครื่องเนื้อดินเผามีสีแดง สีเหลือง สีขาวนวล และสีเขียวคราบแดง มีพระพุทธศิลป์เป็นยุคสมัยทวาราวดี ประทับนั่งปางมารวิชัยและขัดเพชรบนฐานบัว 2 ชั้น ด้านหลังขององค์พระเป็นปรกโพธิ์เรียงตั้งแต่หัวเข่าขององค์พระขึ้นเป็นซุ้มครอบองค์พระ จำนวนใบโพธิ์และเอกลักษณ์ของ ก้านโพธิ์ที่ชัดเจนในแต่ละพิมพ์จะมีจำนวนไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพระรอดในแต่ละพิมพ์</p>



<p>1 . พระรอดสีขาว เนื่องจากพระรอดเป็นพระที่สร้างจากเนื้อดิน ซึ่งเชื่อว่าเป็นดินในจังหวัดลำพูนหรือจังหวัดใกล้เคียง มีสีขาว เป็นเนื้อดินที่สะอาดและละเอียด จนมีคนเข้าใจว่ากรรมวิธีการนวดดินนั้น น่าจะผ่านการกรองผ้าขาวจนกระทั่งไม่มีสิ่งเจือปนใดๆ ทั้งสิ้น บางท่านสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นดินที่ขุดได้จากดินที่ตกตะกอนในธารน้ำไหลภายในถ้ำ จึงสะอาดและไม่มีสิ่งเจือปนใด ๆ ทั้งสิ้น พระรอดสีขาว ควรจะเป็นพระที่อยู่ในบริเวณเตาเผาที่ไม่ถูกความร้อนมากเท่าที่ควร เนื้อพระจึงเป็นสีขาวเพราะไม่สุก และไม่แกร่งเท่าพระรอดสีอื่นๆ จึงมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่มักจะไม่คมชัดเท่าที่ควร</p>



<p>2 . พระรอดสีแดง เป็นพระรอดที่เผาสุกเรียบร้อยแล้ว จึงมีขนาดเล็กลง กว่าพระรอดสีขาว มีความคมลึกและชัดเจนเช่นพระรอดสีอื่นๆ</p>



<p>3 . พระรอดสีเหลือง เป็นพระรอดที่เผาได้แกร่งกว่าพระรอดสีแดง จึงมีขนาดขององค์พระเล็กกว่า พระรอดสีแดงเล็กน้อย ตามทฤษฎีจะมีความคมลึกและชัดมากกว่าพระรอดสีแดง</p>



<p>4 . พระรอดสีเขียว เป็นพระรอดที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุด มีการหดตัวเล็กลงจากพระรอดสีเหลือง มีความคมชัดที่สุดในจำนวนพระรอด เนื่องมาจากการหดตัวเมื่อเกิดความร้อนจัด เพราะความแหลมคมจึงอาจทำให้พระรอดสีเขียวดูไม่ล่ำสันเท่ากับพระรอดสีแดงและสีเหลือง</p>



<p>พระรอด วัดมหาวัน มีทั้งหมด 5 พิมพ์ คือ</p>



<p>1 . พระรอด พิมพ์ใหญ่ 2 . พระรอด พิมพ์กลาง 3 . พระรอด พิมพ์เล็ก 4 . พระรอด พิมพ์ต้อ 5 . พระรอด พิมพ์ตื้น</p>



<p>มวลสารต่างๆที่เป็นส่วนผสมที่สำคัญในพระรอดแท้ 1. แร่ดอกมะขาม 2. โพรงเหล็กไหล 3. แร่เหล็กไหล 4. เหล็กน้ำพี้ 5. เหล็กไหลตาแรด 6. เมฆพัสตร์ 7. น้ำศักสิทธิ์ (ดอยขม้อจ.ลำพูน)/น้ำอมฤต 8. ดินศักดิ์สิทธิ์ศิลาธิคุณ 9. ว่านร้อยแปด 10. ดินบริสุทธิ์ 11. ศาสตราวุธเก่า 12. พระธาตุศักดิ์สิทธิ์อย่างน้อยมีแก้วเก้า 13. เพชรตาแมว 14. ว่านงู 15. ว่านไพลดำ 16. ว่านนกคุ้ม 17. ผงยาฤาษี 18. ผงมหาราชแดง</p>



<p>พระอานุภาพของพระรอด มีความเชื่อกันว่า พระรอด มีความศักดิ์สิทธิ์ หรือความขลังในหลายประการดังนี้</p>



<p>1.ด้านแคล้วคลาดปราศจากภัยอันตราย</p>



<p>2.ด้านแคล้วคลาดความวิบัติต่างๆ</p>



<p>3.เสน่ห์เมตตามหานิยม</p>



<p>4.ได้ลาภผล</p>



<p>5.คงกระพันชาตรี</p>



<p>หากบูชาสมเด็จโตด้วยความศรัทธาและปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมสร้างบารมีให้แก่ผู้ที่บูชา</p>



<p>พระสมเด็จ เป็นพระเครื่องมีความนิยมระดับสูง ในทุกกลุ่มอาชีพ เช่น นักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ พ่อค้า แม่ค้า ทหาร ตำรวจ เป็นสุดยอดพระเครื่องที่อยู่ 1 ใน 5 ของพระเบญจภาคี ซึ่งพระเบญจภาคี คือ พระเครื่อง 5 ชนิดที่เป็นสุดยอดพระเครื่องของประเทศไทย ได้แก่ 1.พระสมเด็จ 2.พระนางพญา 3.พระกำแพงซุ้มกอ 4.พระผงสุพรรณ 5.พระรอด</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลวงพ่อเงิน</title>
		<link>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[siamamulet]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 08:13:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.siamamuletcollection.com/?p=1425</guid>

					<description><![CDATA[หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ เกิดวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2353 ตรงกับรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นอดีตเจ้าอาวาส วัดบางคลาน จ.พิจิตร ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมากในสมัยนั้น มีผู้คนมาให้ท่านช่วยรดน้ำมนต์ให้ไม่ขาดสาย ลูกศิษย์ของ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังต่อมาก็มีหลายท่าน เช่น หลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ เกิดวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2353 ตรงกับรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นอดีตเจ้าอาวาส วัดบางคลาน จ.พิจิตร ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมากในสมัยนั้น มีผู้คนมาให้ท่านช่วยรดน้ำมนต์ให้ไม่ขาดสาย ลูกศิษย์ของ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังต่อมาก็มีหลายท่าน เช่น หลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง ที่มีชื่อเสียงในด้านตะกรุดคู่ชีวิต หลวงพ่อน้อย วัดคงคาราม ผู้สร้างตะกรุดหนังปลากระเบน และตะกรุดหนังอีเก้ง ปลัดชุ่ม วัดท้ายน้ำ หลวงพ่อหอม วัดหลวง หลวงพ่อนวล วัดหาดมูลกระบือ หลวงพ่อฟุ้ง วัดปากน้ำ หลวงพ่อขำ วัดโพธิ์เตี้ย หลวงพ่อไป๋ วัดท่าหลวงพล ผู้สร้างเหรียญหล่อหลวงพ่อเพชรจำลอง หลวงปู่ภู วัดท่าฬ่อ</p>



<p>ผลงานที่สำคัญของหลวงพ่อเงิน</p>



<p>1. ด้านการก่อสร้าง หลวงพ่อเงินมักเป็นธุระในการก่อสร้างถาวรวัตถุ เพราะท่านเป็นนักก่อสร้าง ได้ก่อสร้างโบสถ์ วิหาร วัดใกล้เคียงอยู่เสมอ โดยเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างจากการรวบรวมทรัพย์จากการทำวัตถุมงคล เช่น พระเครื่อง พระพิมพ์ต่างๆ พระบูชา ตลอดจนมีผู้บริจาคร่วมก่อสร้างศาลาพักร้อน เพื่อคนที่สัญจรไปมาจะได้พัก ศาลาที่ยังคงเหลืออยู่ เช่น ศาลาพักร้อนที่อยู่ระหว่าง หนองหลวงกับหนองขาว และที่หนองแหน เขตตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร</p>



<p>2. ด้านการรักษาด้วยวิชาแพทย์แผนโบราณ หลวงพ่อเงินเป็นหมอแผนโบราณที่เก่งทางด้านรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยยาสมุนไพร หรือบางครั้งก็ใช้น้ำมนต์รักษา (คงจะได้ผลทางด้านกำลังใจในฐานะพระที่มีวิชาวิปัสสนาแก่กล้า) ปัจจุบันตำรายาสมุดข่อยของท่านยังคงเก็บรักษาไว้ที่วัดบางคลาน 3. ทางด้านวิปัสสนาเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียง เป็นศิษย์สำนักเดียวกันและเป็นเพื่อนสนิทกับ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท ซึ่งท่านได้แนะนำ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ให้มาเรียนทางด้านวิปัสสนากับหลวงพ่อเงิน รวมทั้งสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสก็เสด็จมาประทับ ณ วัดวังตะโก เป็นเวลาหลายวันเพื่อทรงศึกษาทางด้านวิปัสสนา</p>



<p>หลวงพ่อเงินถึงแก่มรณภาพเมื่อก่อนรุ่งสางของวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2462 แรม 11 ค่ำ เดือน 10 เวลาประมาณตีห้า (ตรงกับเช้าวันเสาร์ เวลาไทยหากยังไม่รุ่งสางยังนับเป็นวันศุกร์) สิริอายุได้ 111 ปี</p>



<p>พิมพ์ของหลวงพ่อเงินมี 4 พิมพ์ได้แก่</p>



<p>1.รูปหล่อพิมพ์นิยม</p>



<p>2.รูปหล่อพิมพ์ขี้ตา</p>



<p>3.เหรียญหล่อพิมพ์จอบใหญ่</p>



<p>4.เหรียญหล่อพิมพ์จอบเล็ก</p>



<p>ตามตำรากล่าวว่าพระหลวงพ่อเงินพิมพ์ขี้ตา กับ พิมพ์จอบเล็ก สร้างขึ้นก่อน โดยฝีมือชาวบ้าน ส่วนพิมพ์นิยมกับพิมพ์จอบใหญ่สร้างขึ้นทีหลัง ในเวลาไม่ห่างกันมากนัก โดยว่าจ้างช่างมืออาชีพจากบ้านช่างหล่อ ธนบุรี ไปทำพิธีเททองหล่อที่วัด</p>



<p>ประเภทของเนื้อพระหลวงพ่อเงิน</p>



<p>1.เนื้อทองคำ</p>



<p>2.เนื้ออัลปากา</p>



<p>3.เนื้อทองเหลือง</p>



<p>มวลสารสำคัญที่ใช้หล่อหลวงพ่อเงิน</p>



<p>1.ทองแดง</p>



<p>2.สังกะสี</p>



<p>3.เงิน</p>



<p>4.ทองคำ</p>



<p>พระเครื่องหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน นับเป็นอีกหนึ่งในจำนานของวงการพระเครื่อง ทุกรุ่นขึ้นชื่อว่ามีพุทธคุณที่ดีมากทางด้าน</p>



<p>1.คงกระพันชาตรี</p>



<p>2.แคล้วคลาด จากภัยทั้งปวง</p>



<p>3.เมตตามหานิยม</p>



<p>4.โชคลาภ</p>



<p>5.ค้าขายดีมาก</p>



<p>พระหลวงพ่อเงิน เป็นพระเครื่องมีความนิยมง ในทุกกลุ่มอาชีพ เช่น นักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ พ่อค้า แม่ค้า ทหาร ตำรวจ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พระปิดตา</title>
		<link>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[siamamulet]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 08:13:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.siamamuletcollection.com/?p=1423</guid>

					<description><![CDATA[ประวัติพระปิดตา เป็นอัครสาวกองค์หนึ่ง ชื่อพระควัมปติ หรือพระมหากัจจายนะ แสดงออกถึงนัยยะแห่งธรรม และผู้ศรัทธาเชื่อกันว่า สามารถดลบันดาลโชคลาภ เงินทอง มีกินมีใช้สมบูรณ์พูนสุข ส่วนที่มีการปิดทวารทั้งเก้า ปิดตา หู จมูก ปาก และก้น ที่เรียกว่า มหาอุด เป็นอุปเท่ห์ หมายถึง ตอนที่พระภควัมปติท่านกำลังเข้านิโรธสมบัติ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ประวัติพระปิดตา เป็นอัครสาวกองค์หนึ่ง ชื่อพระควัมปติ หรือพระมหากัจจายนะ แสดงออกถึงนัยยะแห่งธรรม และผู้ศรัทธาเชื่อกันว่า สามารถดลบันดาลโชคลาภ เงินทอง มีกินมีใช้สมบูรณ์พูนสุข ส่วนที่มีการปิดทวารทั้งเก้า ปิดตา หู จมูก ปาก และก้น ที่เรียกว่า มหาอุด เป็นอุปเท่ห์ หมายถึง ตอนที่พระภควัมปติท่านกำลังเข้านิโรธสมบัติ ทวารทั้งเก้าก็จะปิดสนิท ไม่ยินดียินร้ายกับกิเลสทั้งหลาย เป็นความดับสนิท ของอาสวะกิเลสต่าง ๆ ที่ไม่อาจจะมาแผ้วพานได้เลย อันเป็นการป้องกันสรรพภยันตรายทั้งหลายทั้งปวง ต้นกำเนิดของการสร้างพระปิดตา มาจากคติการสร้างพระเครื่องของเขมร เผยแพร่เข้าสู่การสร้างพระเครื่องไทย พระปิดตาในยุคแรกเป็นเนื้อโลหะ ได้แก่ พระปิดตากรุวัดท้ายย่าน อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ต่อมาจึงมีการสร้างพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักและพระปิดตาอื่น ๆ พระปิดตา คือ พระพุทธรูปขนาดเล็ก หรือพระเครื่อง ลักษณะขององค์พระท่านเป็นการยกพระหัตถ์ ปิดพระพักตร์ (ปิดรวม ตา หู จมูก ปาก) พระปิดตามี 3 ประเภทคือ พระปิดตาชนิดปิดตานั่งยอง พระปิดตาชนิดปิดตานั่งขัดสมาธิยกหัตถ์ปิดทวารทั้งเก้า และพระปิดตาชนิดปิดตานั่งขัดสมาธิ ยกหัตถ์ทั้งสองขึ้นปิดพระพักตร์ เว้นส่วนอื่น</p>



<p>ประเภทพระปิดตา มีดังต่อไปนี้ 1.พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จังหวัดชลบุรี 2.พระปิดตาวัดพลับ (วัดราชสิทธาราม)</p>



<p>3.พระปิดตาวัดหนัง</p>



<p>4.พระปิดตาวัดทอง</p>



<p>5.พระปิดตาหลวงปู่ศุข</p>



<p>6.พระปิดตาแร่บางไผ่</p>



<p>7.พระปิดตาหลวงปู่ยิ้ม 8.พระปิดตากรุวัดท้ายย่าน จังหวัดชัยนาท (วัดทัพย่าน) 9.พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมวัดหนัง 10.พระปิดตาหลวงพ่อทับวัดทอง 11.พระปิดตาหลวงปู่นาควัดห้วยจระเข้</p>



<p>12.พระปิดตาหลวงปู่ศุข</p>



<p>13.พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก 5 เสือชลบุรี (หลวงพ่อแก้ว หลวงปู่เจียม หลวงพ่อครีพ หลวงพ่อโต หลวงปู่ภู่)</p>



<p>14.พระปิดตาหลวงปู่เฮี้ยงวัดป่า 15.พระปิดตาหลวงปู่ภูวัดต้นสน</p>



<p>ประเภทของเนื้อพระปิดตามี</p>



<p>1.เนื้อชินตะกั่ว</p>



<p>2.เนื้อผงคลุกรัก</p>



<p>3.เนื้อผงใบลาน</p>



<p>4.เนื้อผงมวลสาร</p>



<p>5.เนื้อสัมฤทธิ์</p>



<p>6.เนื้อเมฆพัด</p>



<p>7.เนื้อเมฆสิทธิ์</p>



<p>มวลสารต่างๆที่เป็นส่วนผสมที่สำคัญของพระปิดตา ใช้มวลสารจากว่านมงคล 108 ชนิด อาทิ ไม้ไก่กุก กาฝากรัก กาฝากมะยม กาฝากมะขาม ฯลฯ ผสมกับผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงพุทธคุณ นำมาบดเป็นผงแล้วกรอง จากนั้นใช้น้ำรักเป็นตัวประสาน และเม็ดรักซึ่งได้จากต้นรักที่เป็นมงคลนามตำผสม ลักษณะพิมพ์ทรง เป็นรูปสามเหลี่ยมมุมโค้งคล้ายเล็บมือ องค์พระประธานประทับนั่ง ขัดสมาธิราบ พระวรกายอวบอ้วน ยกพระหัตถ์ขึ้นปิดพระเนตร ในลักษณะป้องทั้งพระพักตร์</p>



<p>เชื่อกันว่าปิดตามีพุทธคุณครบถ้วนหลายประการดังนี้</p>



<p>1.แคล้วคลาด ปลอดภัย</p>



<p>2.พุทธคุณทางเมตตา</p>



<p>3.ค้าขาย</p>



<p>4.โชคลาภ</p>



<p>5.คงกระพันชาตรี</p>



<p>พระปิดตา เป็นพระเครื่องที่ค่อนข้างได้รับความนิยม ในกลุ่มอาชีพค้าขาย เช่น ข้าราชการ นักธุรกิจ พ่อค้า แม่ค้า และคนที่นิยมเรื่อทำเสน่ห์</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พระนางพญา</title>
		<link>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[siamamulet]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 08:12:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.siamamuletcollection.com/?p=1421</guid>

					<description><![CDATA[พระนางพญา ราชินีแห่งพระเครื่อง/ ประวัติโดยสังเขป : พระนางพญา เป็น 1 ใน 5 ของพระเครื่องชุดเบญจภาคี รูปทรงของพระนางพญา เป็นพิมพ์ทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว หน้าออกจะนูน ที่มาของชื่อ พระนางพญามาจากชื่อของวัดที่พบกรุพระนางพญา ซึ่งวัดนางพญาแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดพิษณุโลก มีข้อสันนิษฐานว่าชื่อนางพญามาจากพระนามของพระวิสุทธิกษัตริย์ตรีพระมารดาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยเชื่อว่าเมื่อครั้งที่ท่านเป็นแม่เมืองพระพิษณุโลกสท่านได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้น เเละ ได้ทรงสร้างพระเครื่องพิมพ์ทรงสามเหลี่ยมบรรจุในเจดีย์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>พระนางพญา ราชินีแห่งพระเครื่อง/</p>



<p>ประวัติโดยสังเขป : พระนางพญา เป็น 1 ใน 5 ของพระเครื่องชุดเบญจภาคี รูปทรงของพระนางพญา เป็นพิมพ์ทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว หน้าออกจะนูน</p>



<p>ที่มาของชื่อ พระนางพญามาจากชื่อของวัดที่พบกรุพระนางพญา ซึ่งวัดนางพญาแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดพิษณุโลก มีข้อสันนิษฐานว่าชื่อนางพญามาจากพระนามของพระวิสุทธิกษัตริย์ตรีพระมารดาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยเชื่อว่าเมื่อครั้งที่ท่านเป็นแม่เมืองพระพิษณุโลกสท่านได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้น เเละ ได้ทรงสร้างพระเครื่องพิมพ์ทรงสามเหลี่ยมบรรจุในเจดีย์</p>



<p>พุทธคุณ : เมตตามหานิยมคนรักคนเอ็นดู ผู้ใหญ่รัก เจ้านายเมตตา ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ชนะศัตรูหมู่มาร เสริมอำนาจบารมี ด้วยเหตุนี้จึงแนะนำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ดวงตก หรืออยากจะเสริมอำนาจบารมีให้ลูกน้องรักเจ้านายเอ็นดู ความคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด และชนะอุปสรรค 概况来历：南帕雅是泰国五大古佛牌之一。佛牌性质是等腰三角形和鼓胸。名字来源就是南帕雅典藏发现的寺庙。南帕雅寺是彭世洛府古老的寺庙。假说“南帕雅”就是威索甲沙（พระวิสุทธิกษัตริย์ตรี）名字，纳黎萱大帝（สมเด็จพระนเรศวรมหาราช）的母亲。认为她统治彭世洛府时，她建筑了寺庙在这儿，而且造等腰三角形佛牌模和保存在塔里。</p>



<p>能力：伟大仁慈，人人爱护，平步青云，克服敌人，加强权力和福气。为此，南帕雅佛适合谁时运不佳或者想要人人爱护您。刀枪不入，平安，和克服困难！。</p>



<p>Summary: Phra Nang Phaya is one of the five sacred amulets in the Phra Khan Chai set. The amulet&#8217;s triangular face protrudes outward, and its name comes from the name of a temple where a statue of the Phra Nang Phaya was discovered. This temple is an ancient temple in Phitsanulok Province. Legend has it that the name &#8220;Nang Phaya&#8221; originates from the name of King Triphumara&#8217;s mother, who is believed to have built the temple and enshrined the triangular amulets inside a stupa.</p>



<p>Buddhist virtues: Phra Nang Phaya is believed to bring compassion, love, and admiration from others. It is said to elevate one&#8217;s status and authority, defeat adversaries, and enhance one&#8217;s spiritual power. It is highly recommended for those seeking support, authority, and protection against obstacles and dangers.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พระซุ้มกอ</title>
		<link>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%ad/</link>
					<comments>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%ad/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[siamamulet]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 08:12:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.siamamuletcollection.com/?p=1419</guid>

					<description><![CDATA[พระซุ้มกอ/Phra Sum Kor/帕颂国佛牌 ประวัตโดยสังเขป : กรอบของพิมพ์พระจะโค้งมนลักษณะคล้ายตัว ก จึงเรียกว่า พระซุ้มกอ โดยที่ พระกำแพงซุ้มกอมีทั้งลายกนกและไม่มีลายกนก ซึ่งจะชี้ให้เห็นถึงพุทธศิลป์เเบบสุโขทัยปนกับศิลปะศรีลังกา หรือ ศรีลังกา โดยองค์ที่ไม่มีลายกนกจะเห็นว่าเป็นศิลปะศรีลังกาอย่างเด่นชัด พระซุ้มกอส่วนใหญ่จะ ใช้ดินผสมกับว่านเกสรดอกไม้เป็นส่วนผสม จึงทำให้เนื้อของพระซุ้มกอมีลักษณะละเอียด เมื่อสำลีหรือผ้ามาเช็ดถูจะเกิดลักษณะมันวาวขึ้นทันที ผู้ที่บูชาไปคล้อส่วนใหญ่จะต้องเคยได้ยินประโยคที่ว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>พระซุ้มกอ/Phra Sum Kor/帕颂国佛牌</p>



<p>ประวัตโดยสังเขป : กรอบของพิมพ์พระจะโค้งมนลักษณะคล้ายตัว ก จึงเรียกว่า พระซุ้มกอ</p>



<p>โดยที่ พระกำแพงซุ้มกอมีทั้งลายกนกและไม่มีลายกนก ซึ่งจะชี้ให้เห็นถึงพุทธศิลป์เเบบสุโขทัยปนกับศิลปะศรีลังกา หรือ ศรีลังกา โดยองค์ที่ไม่มีลายกนกจะเห็นว่าเป็นศิลปะศรีลังกาอย่างเด่นชัด พระซุ้มกอส่วนใหญ่จะ ใช้ดินผสมกับว่านเกสรดอกไม้เป็นส่วนผสม จึงทำให้เนื้อของพระซุ้มกอมีลักษณะละเอียด เมื่อสำลีหรือผ้ามาเช็ดถูจะเกิดลักษณะมันวาวขึ้นทันที ผู้ที่บูชาไปคล้อส่วนใหญ่จะต้องเคยได้ยินประโยคที่ว่า “มีกูไว้ไม่จน” พุทธคุณ : พระซุ้มกอจะเด่นในเรื่องของ ช่วยให้ร่ำรวย มีความเจริญรุ่งเรือง มีโชคลาภ ทำให้ผู้คนทั้งประเทศปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของพระซุ้มกอ การเช่าจึงอยู่ที่หลักล้านขึ้นไป พระซุ้มกอจึงกลายเป็น หนึ่งในเบญจภาคี หรือหนึ่งในจักรพรรดิแห่งวงการพระเครื่อง</p>



<p>Phra Sum Kor is an amulet or Buddha statue with a curved frame that resembles the letter &#8220;ก&#8221; in Thai, hence the name &#8220;พระซุ้มกอ&#8221; (Phra Sum Kor). These amulets can have either bird (กนก) or non-bird designs, representing the blend of Sukhothai and Sri Lankan art styles. The ones without bird designs are considered distinct examples of Sri Lankan art. Phra Sum Kor is typically made using a mixture of clay and flower pollen, giving it a delicate texture. When wiped with cloth or cotton, it shows an instant shine. Those who worship Phra Sum Kor often say, &#8220;มีกูไว้ไม่จน,&#8221; meaning &#8220;Wealth will never run out.&#8221;</p>



<p>Buddhist Virtue: Phra Sum Kor is believed to bring wealth, prosperity, good luck, and abundance. Many people desire to possess Phra Sum Kor, and its value can reach millions. It has become one of the highly esteemed Buddha amulets or sacred items in the realm of Thai amulet collectors.</p>



<p>概况来历：佛架穹形像“ก”字母起来，所以叫帕颂国 (พระซุ้มกอ Phra Sum Kor)。甘烹素功佛牌有两式就是有Kanok (กนก) 泰式花纹的和没有的。没有的就表示斯里兰卡佛徒艺术。帕颂国佛牌大多用土和花粉加入，所以帕颂国佛牌有滑质地。用棉花球或者布把佛牌刷洗，佛牌就马上油光。谁崇拜帕颂国佛可能听过“有我没有穷”（มีกูไว้ไม่จน）</p>



<p>能力：帕颂国佛牌善于财帛事儿，给您财富、兴旺发达、更多发财。人人渴求拥有帕颂国佛，所以买卖价格是更加百万泰铢。帕颂国佛牌就成为泰国五大古佛牌之一或者佛牌王之一。</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พระกำแพงซุ้มกอ</title>
		<link>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%ad/</link>
					<comments>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%ad/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[siamamulet]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 08:12:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.siamamuletcollection.com/?p=1417</guid>

					<description><![CDATA[พระกำแพงซุ้มกอ ถูกจัดเป็นพระที่สุดยอด และเอกของเมืองกำแพงเพชร เป็นพระที่อมตะ ทั้งพุทธศิลป์ และพุทธคุณถูกจัดอยู่ในชุดเบญจภาคีที่สูงสุดของพระเครื่องเมืองไทย พระกำแพงซุ้มกอนั้นเป็นองค์พระประติมากรรมในสมัยสุโขทัย ลักษณะเป็นองค์พระนั่งสมาธิประทับอยู่บนบัวเล็บช้า มีลายกนกอยู่ด้านข้างขององค์พระ ขอบของพิมพ์พระจะโค้งมนลักษณะคล้ายตัว ก.ไก่ จึงเรียกว่า “พระซุ้มกอ” ประวัติความเป็นมาของพระซุ้มกอ พระเครื่องสกุลกำแพงเพชร มีตำนานปรากฏชัดเจนจากการพบจารึกบนแผ่นลานเงินในกรุขณะรื้อพระเจดีย์องค์ใหญ่ของวัดพระบรมธาตุ เมืองนครชุม และเมื่อ พ.ศ.2392 สมเด็จพระพุฒาจารย์โต [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>พระกำแพงซุ้มกอ ถูกจัดเป็นพระที่สุดยอด และเอกของเมืองกำแพงเพชร เป็นพระที่อมตะ ทั้งพุทธศิลป์ และพุทธคุณถูกจัดอยู่ในชุดเบญจภาคีที่สูงสุดของพระเครื่องเมืองไทย</p>



<p>พระกำแพงซุ้มกอนั้นเป็นองค์พระประติมากรรมในสมัยสุโขทัย ลักษณะเป็นองค์พระนั่งสมาธิประทับอยู่บนบัวเล็บช้า มีลายกนกอยู่ด้านข้างขององค์พระ ขอบของพิมพ์พระจะโค้งมนลักษณะคล้ายตัว ก.ไก่ จึงเรียกว่า “พระซุ้มกอ”</p>



<p>ประวัติความเป็นมาของพระซุ้มกอ</p>



<p>พระเครื่องสกุลกำแพงเพชร มีตำนานปรากฏชัดเจนจากการพบจารึกบนแผ่นลานเงินในกรุขณะรื้อพระเจดีย์องค์ใหญ่ของวัดพระบรมธาตุ เมืองนครชุม และเมื่อ พ.ศ.2392 สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี แห่งวัดระฆังฯ ซึ่งขึ้นมาเยี่ยมญาติที่เมืองกำแพงเพชร ก็ได้อ่านศิลาจารึกอักษรไทยโบราณ ที่วัดเสด็จ ฝั่งเมืองกำแพงเพชรมีอยู่ในจารึกได้กล่าวถึงพิธีการสร้างพระ อุปเท่ห์การอาราธนาพระ รวมถึงพุทธานุภาพอย่างมหัศจรรย์ ของพระเครื่องสกุลกำแพงเพชรทั้งหลาย นอกจากนี้ในพระราชนิพนธ์ เรื่องเสด็จประพาสกำแพงเพชร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเขียนในปี พ.ศ. 2449 ก็ได้กล่าวถึงจารึกบนแผ่นลานทอง อันมีข้อความเกี่ยวกับการขุดพบพระต่างๆ ตามกรุต่างๆ หลักฐานชิ้นสำคัญ อันเกี่ยวกับเมืองกำแพงเพชร ได้แก่ศิลาจารึกนครชุม ที่กล่าวถึงการสร้างเมือง โดยพระมหาธรรมราชาลิไท ในราวปี พ.ศ.1279 จากหลักฐานการศึกษา เทียบเคียงทั้งหลายมีข้อสันนิษฐาน ที่เชื่อถือได้โดยสรุปว่า พระซุ้มกอสร้างโดยพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งดำรงพระยศผู้ครองเมืองชากังราว ในฐานะเมืองหน้าด่านสำคัญของอาณาจักรสุโขทัย ก่อนที่จะได้ทรงรับสถาปนาเป็นกษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์สุโขทัย ดังนั้นอายุการสร้างของพระซุ้มกอจนถึงปัจจุบัน จึงมีประมาณ 700-800 ปี</p>



<p>การค้นพบพระกำแพงซุ้มกอ</p>



<p>เมื่อ พ.ศ.2392 สมเด็จพระพุฒาจารย์โต วัดระฆัง ได้ไปเยี่ยมญาติที่เมืองกำแพงเพชร ได้พบศิลาจากรึกที่วัดเสด็จ จึงทราบว่ามีพระเจดีย์ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง ฝั่งเมืองนครชุมเก่า ท่านจึงชักชวนเจ้าเมืองออกสรวจ ก็พบเจดีย์ 3 องค์ อยู่ใกล้ ๆ กัน แต่ชำรุดมาก จึงได้ชักชวนเจ้าเมืองทำการรื้อพระเจดียเก่าทั้ง 3 องค์ รวมเป็นองค์เดียวกัน เมื่อรื้อถอนจึงพบพระเครื่องซุ้มกอจำนวมาก หลวงปู่จึงนำเข้ากรุงเทพ ฯ ส่วนหน่งพร้อมเศษอิฐหิน และบรรทึกใบลาน แล้วนำมาสร้างพระสมเด็จของท่านจนขึ้นชื่อลือกระฉ่อน เพราะสร้างตามสูตรการสร้างพระซุ้มกอ ส่วนการสร้างเจด์ยังไม่ทันแล้วเสร็จ เจ้าเมืองก็ด่วนลาลับ ต่อมาพระยาตะก่า ขุนนางพม่า จึงปฏิสังขรณ์ต่อ จนเสร็จ จึงมีรูปลักษ์เป็นเจดีย์พม่า พระกำแพงซุ้มกอ เป็นพระศิลปะสุโขทัยยุคต้น สร้างประมาณ พ.ศ.1900 สมัยพญาลิไท ขุด</p>



<p>ค้นพบหลายกรุ โดยครั้งแรกพบ ณ วัดพระบรมธาตุ โดยหลวงปู่โต ต่อมา พ.ศ.2490, และ 2501 ก็พบอีก แต่ไม่มาก ปี 2505 และ 2509 พบจากกรุวัดพิกุลทอง, วัดฤาษี วัดหนองลังกา และวัดซุ้มกอ</p>



<p>พิมพ์ของพระกำแพงซุ้มกอ</p>



<p>พระกำแพงซุ้มกอ ที่ค้นพบมีด้วยกัน 5 พิมพ์ ประกอบด้วย</p>



<p>๑.พิมพ์ใหญ่</p>



<p>๒.พิมพ์กลาง</p>



<p>๓.พิมพ์เล็ก</p>



<p>๔.พิมพ์เล็กพัดโบก</p>



<p>๕.พิมพ์ขนมเปี๊ยะ</p>



<p>ซึ่งพระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่จะแยกออกเป็น 2 ประเภท คือ มีลายกนกและไม่มีลายกนก พระที่ไม่มีลายกนกส่วนใหญ่มักจะมีสีดำ หรือสีน้ำตาลแก่ซึ่งเรามักจะเรียกว่า “พระกำแพงซุ้มกอดำ”</p>



<p>พิมพ์ใหญ่มีลายกนก เป็นพิมพ์ที่พบเห็นแพร่หลาย เป็นพระปางสมาธิ บนฐานบัว มีซุ้มลายกนกรอบองค์พระ เป็นพระดินเผา ผสมว่านและเกสรดอกไม้ ตามผิวจะมีจุดแดง ๆ เรียกว่า แร่ดอกมะขาม ซึ่งเป็นวัตถุธาตุตะกูลเหล็กไหล จุดดำเรียกรารัก จับกระจายเป็นหย่อม ๆ</p>



<p>พิมพ์ใหญ่ไม่มีลายกนก คือพระซุ้มกอดำ เป็นเนื้อที่หายากมาก ราคาแพง พบที่กรุวัดบรมธาตุ, วัดพิกลุล, และกรุนาตาคำ</p>



<p>พิมพ์กลาง มีลักษณะใกล้เคียงกับพิมพ์ใหญ่ลายกนก เพียงแต่บางและตื้นกว่า หายากครับ</p>



<p>พิมพ์ขนมเปี๊ยะ ความจริงก็เป็นพิมพ์ต่าง ๆ นั่นเอง เพียงแต่ไม่ได้ตัดขอบมนออก จึงดูคล้ายขนมเปี๊ยะ</p>



<p>พระซุ้มกอที่ได้รับความนิยมมีทั้งหมด 4 พิมพ์คือ</p>



<p>พระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่มีกนก</p>



<p>พระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ไม่มีกนก</p>



<p>พระซุ้มกอ พิมพ์กลาง</p>



<p>พระซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ</p>



<p>ลักษณะของพระกำแพงซุ้มกอ</p>



<p>พระกำแพงซุ้มกอ ทั้งมีลายกนกและไม่มีลายกนกเป็นพระที่มีศิลปะของสุโขทัยปนกับศิลปะศรีลังกา โดยเฉพาะไม่มีลายกนกจะเห็นว่าเป็นศิลปะศรีลังกาอย่างเด่นชัด พระกำแพงซุ้มกอ เนื้อขององค์พระ ใช้ดินผสมกับว่านเกสรดอกไม้ จึงทำให้เนื้อของพระซุ้มกอมีลักษณะนุ่มมัน ละเอียดเมื่อนำสาลีหรือผ้ามาเช็ดถูจะเกิดลักษณะมันวาวขึ้นทันที</p>



<p>เนื้อของพระกำแพงซุ้มกอ</p>



<p>๑. เนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ เป็นเนื้อที่ได้รับความนิยมสูงสุด</p>



<p>๒. เนื้อว่าน แบ่งเป็นเนื้อว่านล้วน ๆ และเนื้อว่านหน้าทองคำ เนื้อว่านหน้าเงิน</p>



<p>๓. เนื้อชินเงิน</p>



<p>๔. เนื้อว่านและเนื้อชินเงิน ปัจจุบันหาพบยาก</p>



<p>ลักษณะของเนื้อที่เด่นชัดอีกประการหนึ่ง คือตามผิวขององค์พระจะมีจุดสีแดง ๆ ซึ่งเราเรียกว่า “ว่านดอกมะขาม” และตามซอกขององค์พระจะมีจุดดำ ๆ ซึ่งเราเรียกว่า “ราดำจับอยู่ตามบริเวณซอกของพระ”</p>



<p>พระซุ้มกอ พิมพ์มีกนก</p>



<p>ขุดค้นพบบริเวณฝั่งตะวันตกของลำแม่น้ำปิง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นบริเวณทุ่งกว้างที่มีชื่อว่า &#8221; ลานทุ่งเศรษฐี &#8221; หรือโบราณเรียกว่า &#8221; เมืองนครชุมเก่า &#8221; บริเวณลานทุ่งเศรษฐีอันกว้างใหญ่นี้ ปรากฎซากโบราณสถานอยู่มากมาย เป็นชื่อวัดนับสิบกว่าวัดด้วยกัน พระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์มีกนก ขุดพบที่กรุวัดมหาธาตุ กรุวัดพิกุล หรือหนองพิกุล กรุฤาษี กรุตาพุ่ม กรุนาตาคำ กรุลานดอกไม้ กรุวัดหนองลังกา และเจดีย์กลางทุ่ง</p>



<p>พระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์มีกนก</p>



<p>เป็นพระที่ขุดพบมีจำนวนค่อนข้างน้อย เนื้อดินเผา เป็นพระที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่เหมือนพระเครื่องดินเผาทั่วไป เป็นพระดินเผาที่มีเนื้อค่อนข้างนิ่ม ละเอียด ไม่มีเม็ดกรวดเจือปน เนื้อขององค์พระจะดูค่อนข้างจะเปื่อยและยุ่ยง่าย เหมือนพระดินดิบ คือเหมือนพระที่ไม่ผ่านการเผามา มีว่านดอกมะขามสีแดงปรากฎให้เห็นทั่วองค์พระ</p>



<p>ตำหนิเอกลักษณ์ การสังเกตุพระซุ้มกอ</p>



<p>พระเกศเป็นเกศปลี ปลายแหลมสอบเข้า</p>



<p>พระเนตรรี ลอยอยู่ในเบ้า</p>



<p>พระนาสิกเป็นแท่งแหลม พระโอษฐ์เล็ก</p>



<p>พระกรรณโค้งเป็นแบบหูบายศรีเบาๆ</p>



<p>ยอดองค์ใต้คอเป็นแอ่งกระทะเบาๆ</p>



<p>กนกข้างแขนขวาองค์พระเป็นเลข 6 ฝรั่ง</p>



<p>สังฆาฏิเป็นลำเล็ก</p>



<p>ซอกแขนลึก</p>



<p>ชายจีวรยาวเข้าไปซอกแขน</p>



<p>พระหัตถ์ขวากระดกขึ้นเล็กน้อย</p>



<p>พุทธคุณของพระกำแพงซุ้มกอ</p>



<p>“มีกูไว้ ไม่จน” คือถ้อยคำประจำองค์พระซุ้มกอ</p>



<p>พระซุ้มกอจึงเป็นสุดยอดทางโชคลาภ เมตตามหานิยม ใครมีไว้แล้วจะร่ำรวย เป็นมหาเศรษฐี เจริญรุ่งเรือง ในชีวิต ทำให้ผู้คนทั้งประเทศปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของพระซุ้มกอ การเช่าจึงอยู่ที่หลักล้านขึ้นไป พระซุ้มกอจึงกลายเป็น หนึ่งในเบญจภาคี หรือหนึ่งในจักรพรรดิแห่งวงการพระเครื่อง</p>



<p>อ้างอิง :</p>



<p>ประวัติพระซุ้มกอ (พระกำแพงซุ้มกอ) 15-08-2019 Retrieved 12/13/2023 https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&amp;page_id=1157&amp;code_db=610005&amp;code_type=01</p>



<p>พระซุ้มกอ ในตำนาน ของประโยค “มีกูไว้ ไม่จน” March 8, 2023 Retrieved 12/13/2023 https://www.anurakmag.com/art-and-culture/03/08/2023/phra-soom-kor</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พระสมเด็จวัดระฆัง</title>
		<link>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%86%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%86%e0%b8%b1%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[siamamulet]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 08:12:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.siamamuletcollection.com/?p=1415</guid>

					<description><![CDATA[พระสมเด็จวัดระฆัง&#160;คือหนึ่งในมงคลวัตถุที่ทรงพุทธคุณ เป็นวัตถุโบราณที่ทรงคุณค่าอย่างอเนกอนันต์ ความเป็นมาของการสร้างพระสมเด็จของสมเด็จพระพุฒาจารย์&#160;(โต) พรหมรังสี ท่านได้เริ่มสร้างพระตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๓๔๘ อันเป็นช่วงเวลาที่ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรในพรรษาที่ ๕ ในเรื่องการสร้างเป็นพระสมเด็จควรเริ่มจากปีที่ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว คือ ปี พ.ศ. ๒๓๕๐ (ส่วนการสร้างพระเมื่อครั้งยังเป็นสามเณรนั้นคงยังนับไม่ได้ถือว่าท่านได้สร้างให้กับพระอาจารย์ และผู้มีพระคุณของท่าน) การสร้างพระของท่านมิได้ยึดถือกำหนดว่ากดพิมพ์เป็นองค์พระแต่เมื่อใดแต่ท่านยึดถือว่าพระเครื่องรุ่นนั้นๆ สำเร็จตั้งแต่เป็นผงวิเศษแล้ว ในเรื่องผงวิเศษของท่านนั้นจะทำอยู่ตลอดที่ท่านมีเวลาหรืออาจกล่าวได้ว่าตามอัธยาศัย&#160;การทำผงวิเศษแต่ละครั้งสามารถสร้างพระได้หลายพรรษา กล่าวกันว่าการสร้างพระสมเด็จของท่านนั้นกระทำทุกพรรษา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>พระสมเด็จวัดระฆัง</strong>&nbsp;คือหนึ่งในมงคลวัตถุที่ทรงพุทธคุณ เป็นวัตถุโบราณที่ทรงคุณค่าอย่างอเนกอนันต์ ความเป็นมาของการสร้างพระสมเด็จของสมเด็จพระพุฒาจารย์&nbsp;(โต) พรหมรังสี ท่านได้เริ่มสร้างพระตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๓๔๘ อันเป็นช่วงเวลาที่ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรในพรรษาที่ ๕ ในเรื่องการสร้างเป็นพระสมเด็จควรเริ่มจากปีที่ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว คือ ปี พ.ศ. ๒๓๕๐ (ส่วนการสร้างพระเมื่อครั้งยังเป็นสามเณรนั้นคงยังนับไม่ได้ถือว่าท่านได้สร้างให้กับพระอาจารย์ และผู้มีพระคุณของท่าน) การสร้างพระของท่านมิได้ยึดถือกำหนดว่ากดพิมพ์เป็นองค์พระแต่เมื่อใดแต่ท่านยึดถือว่าพระเครื่องรุ่นนั้นๆ สำเร็จตั้งแต่เป็นผงวิเศษแล้ว ในเรื่องผงวิเศษของท่านนั้นจะทำอยู่ตลอดที่ท่านมีเวลาหรืออาจกล่าวได้ว่าตามอัธยาศัย&nbsp;การทำผงวิเศษแต่ละครั้งสามารถสร้างพระได้หลายพรรษา กล่าวกันว่าการสร้างพระสมเด็จของท่านนั้นกระทำทุกพรรษา มากบ้างน้อยบ้างตามแต่เวลาที่ท่านพึงมี ผงวิเศษของท่านก็ยังมอบให้แก่วัดต่างๆ ที่มาขอเพื่อเป็นส่วนผสมในการสร้างพระก็มาก&nbsp;&nbsp;</p>



<p>จากการบันทึกของจดหมายเหตุว่าในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ได้มีพระราชประสงค์แต่งตั้งให้ท่านมีฐานานุกรมศักดิ์เป็นพระราชาคณะ แต่ท่านได้ทูลขอตัวไม่รับสมณศักดิ์นั้น โดยได้ออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ และเมื่อไปพำนักยังท้องถิ่นที่จังหวัดใด ในแถบนั้นมีพระชนิดใดที่ผู้คนกราบไหว้ท่านก็จะสร้างล้อแบบพิมพ์ชนิดนั้นตามแบบของท่าน เช่น เนื้อกระเบื้อง เนื้อดินเผา เนื้อผง เนื้อตะกั่วห่อชา เป็นต้น แล้วแจกจ่ายให้กับผู้คนในถิ่นนั้นๆ ที่เหลือบรรจุกรุไว้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ด้วยประการนี้เราจึงพบว่าในหลายจังหวัดมีพระสมเด็จในพิมพ์ แบบและเนื้อต่างๆ บรรจุกรุไว้มากมาย เช่น ราชบุรี อยุธยา อ่างทอง สระบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ กำแพงเพชร เชียงราย เป็นต้น&nbsp;<br>&nbsp;<br>พระสมเด็จที่ท่านสร้างส่วนใหญ่สร้างที่วัดระฆัง จากการศึกษาค้นคว้าหาความจริงจากประวัติศาสตร์เชื่อว่าพระสมเด็จมีมากมายหลายร้อยพิมพ์มีทั้งบรรจุกรุและไม่บรรจุกรุ&nbsp;มีข้อสันนิษฐาน เชื่อได้ว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์&nbsp;(โต) พรหมรังสี สร้างถาวรวัตถุอันเป็นมงคลวัตถุ หรือจะเรียกว่าปูชนียสถานในทางพุทธศาสนาที่ใด ท่านจะนำพระพิมพ์ที่สร้างที่วัดระฆังบรรจุกรุ ณ ที่นั้น และในหลายๆที่จะพบพระสมเด็จที่บรรจุในกรุมากมาย เช่น พระสมเด็จวัดอินทรวิหาร พระสมเด็จวัดไชโยวรวิหาร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดละครทำ พระสมเด็จวัดกลางคลองข่อย พระสมเด็จวัดกุฎีทอง พระสมเด็จวัดสะตือ พระสมเด็จบางขุนพรหม (วัดใหม่อมตรส) และอีกหลายวัดที่ได้ขอผงวิเศษของท่านไปสร้างพระเองก็มาก เช่น พระสมเด็จวัดพระแก้ว พระสมเด็จวัดพลับ พระสมเด็จปิลันท์ เป็นต้น&nbsp;<br>&nbsp;<br>พุทธศิลป์ของพระสมเด็จวัดระฆัง ศิลปะโบราณในแต่ละยุคที่ช่างสิบหมู่ (ช่างแกะพิมพ์) นำมาเป็นต้นแบบในการแกะพิมพ์&nbsp;<br>๑. สมัยเชียงแสน&nbsp;<br>๒ สมัยสุโขทัย&nbsp;<br>๓. สมัยอู่ทอง&nbsp;<br>๔. อยุธยา&nbsp;<br>๕. รัตนโกสินทร์ตอนต้น&nbsp;<br>&nbsp;<br>พิมพ์ของพระสมเด็จวัดระฆัง&nbsp;<br>อีกหลักฐานหนึ่งที่สำคัญได้มีการจดบันทึกไว้เป็นประวัติพิมพ์พระสมเด็จวัดระฆังแต่ละพิมพ์ โดยหลวงปู่คำ (วัดอัมรินทร์) ซึ่งมีขุนพิทักษ์ราช นายเพชร นายเจิม นายพรเป็นผู้จดบันทึก ซึ่งก็เป็นในช่วงเวลาสุดท้ายของการ สร้างพระสมเด็จ ของสมเด็จพระพุฒาจารย์&nbsp;(โต) พรหมรังสี ที่ได้ถูกคัดลอกไว้ ซึ่งระบุเฉพาะแม่พิมพ์ที่ไม่ชำรุดแตกหัก อยู่ในสภาพดีในเวลานั้นเท่านั้น ซึ่งบันทึกไว้ว่า จำนวนแม่พิมพ์ที่มีเหลืออยู่ในสภาพดี ดังนี้&nbsp;<br>๑. พิมพ์ประธาน&nbsp;<br>๒.พิมพ์ใหญ่&nbsp;(พิมพ์ชายจีวร บาง หนา เส้นลวด)&nbsp;<br>๓. พิมพ์อกร่อง หูยาน ฐานแซม&nbsp;<br>๔. พิมพ์เกศบัวตูม&nbsp;<br>๕. พิมพ์ปรก&nbsp;<br>๖. พิมพ์ฐานคู่&nbsp;<br>๗. พิมพ์เส้นด้าย&nbsp;<br>๘. พิมพ์สังฆาฏิ&nbsp;<br>๙. พิมพ์หน้าโหนกอกครุฑ&nbsp;<br>๑๐.พิมพ์ทรงเจดีย์&nbsp;<br>นอกจากพิมพ์นิยมข้างบนนี้ ยังรวมพิมพ์คะเเนน และมีพิมพ์อื่น ๆ อีก ๘๓ พิมพ์&nbsp;<br>และยังมีอีกหลายร้อยพิมพ์ที่มิได้มีการจดบันทึกไว้เป็นรายลักษณ์อักษร&nbsp;</p>



<p>สรุปได้ว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์&nbsp;(โต) พรหมรังสี ได้สร้างแบบพิมพ์มากกว่า ๒๐๐ พิมพ์ โดยแบ่งเป็น&nbsp;<br>&#8211;&nbsp;พิมพ์ที่จัดทำเป็นแม่แบบโดยช่างหลวง (ช่างสิบหมู่)&nbsp;<br>&#8211;&nbsp;พิมพ์ที่จัดทำเป็นแม่แบบตามความต้องการของท่าน&nbsp;<br>&#8211;&nbsp;ที่มีความหมายในทางพุทธศาสนาเรื่องราวพุทธประวัติ และ เหตุการณ์ต่าง ๆ&nbsp;<br>&#8211;&nbsp;พิมพ์ที่ล้อจากพิมพ์พระที่กำลังมีความนิยมในยุคนั้น ๆ&nbsp;<br>-พิมพ์ที่จัดทำเป็นแม่แบบโดยฝีมือช่างชาวบ้านมีทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ&nbsp;<br>&nbsp;<br>ประเภทของเนื้อพระสมเด็จวัดระฆัง&nbsp;</p>



<p>๑. เนื้อผง&nbsp;<br>๑.๑ เนื้อน้ำมัน&nbsp;<br>๑.๒ เนื้อปูน&nbsp;–&nbsp;เนื้อปูนเพชร&nbsp;&nbsp;&#8211;&nbsp;เนื้อปูนขาวลงรักปิดทองล่องชาด&nbsp;<br>๑.๓ เนื้อสังคโลก&nbsp;<br>๑.๔ เนื้อหินลับมีดโกน&nbsp;<br>๑.๕ เนื้อชานหมาก&nbsp;<br>๑.๖ เนื้อมวลสาร (ข้าวสุก ก้านธูป เศษจีวร ทองคำเปลว)&nbsp;<br>๑.๗ เนื้อเกสรดอกไม้&nbsp;<br>๑.๘ เนื้อดินสอเหลือง&nbsp;<br>๑.๙ เนื้อผงใบลานเผา&nbsp;<br>๑.๑๐ เนื้อแป้งข้าวเหนียว&nbsp;<br>๒. เนื้อกระเบื้อง&nbsp;<br>๓. เนื้อดินเผา&nbsp;<br>๔. เนื้อโลหะ&nbsp;<br>๔.๑ เนื้อเงิน&nbsp;<br>๔.๒ เนื้อตะกั่วห่อใบชา&nbsp;<br>&nbsp;<br>มวลสารต่างๆที่เป็นส่วนผสมที่สำคัญของพระสมเด็จวัดระฆัง&nbsp;<br>๑. ปูนเพชร ปูนที่ใช้ทำเครื่องถ้วยชามกังไสของจีน หรือถ้วยชามเบญจรงค์ของไทย&nbsp;<br>๒. ปูนขาว&nbsp;<br>๓. หินอ่อน หรือ ศิลาธิคุณ&nbsp;<br>๔. ดินหลักเมือง ๗ หลัก&nbsp;<br>๕. ดินสอพอง&nbsp;<br>๖. ดินโปร่งเหลือง&nbsp;<br>๗. ข้าวสุก และอาหารสำรวม&nbsp;<br>๘. แป้งข้าวเหนียว&nbsp;<br>๙. กล้วยน้ำไทย&nbsp;<br>๑๐. ยางมะตูม&nbsp;<br>๑๑. น้ำผึ้ง หรือ น้ำตาลอ้อยเคี่ยว&nbsp;<br>๑๒. น้ำมันทัง&nbsp;<br>๑๓. ขี้เถ้าไส้เทียนบูชาพระประธาน&nbsp;<br>๑๔. ผงใบลานเผา&nbsp;<br>๑๕. ดอกบัวสัตตบุษย์&nbsp;<br>๑๖. ดอกมะลิ&nbsp;<br>๑๗. กระแจะหอม&nbsp;<br>๑๘. ว่านและเกสรดอกไม้ ๑๐๘ ชนิด&nbsp;<br>&nbsp;<br>เชื่อกันว่าพระสมเด็จมีพุทธคุณหลายด้าน&nbsp;มีความศักดิ์สิทธิ์ มีเมตตากรุณา และสามารถช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากได้หลายประการ ดังนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>คุ้มครองภัยอันตรายทั้งปวง </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ช่วยให้ชีวิตมีความร่มเย็นเป็นสุข </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>เสริมสร้างบารมีและอำนาจให้แก่ตน </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ช่วยให้การค้าขายเจริญรุ่งเรือง </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ช่วยให้การเรียนดี </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ช่วยให้ครอบครัวมีความสุข </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ช่วยให้พ้นทุกข์ภัย </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ช่วยให้ชีวิตพบแต่สิ่งดีงาม </li>
</ul>



<p>หากบูชาสมเด็จโตด้วยความศรัทธาและปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมสร้างบารมีให้แก่ผู้ที่บูชา&nbsp;</p>



<p>พระสมเด็จ เป็นพระเครื่องมีความนิยมระดับสูง ในทุกกลุ่มอาชีพ เช่น นักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ พ่อค้า แม่ค้า ทหาร ตำรวจ&nbsp;เป็นสุดยอดพระเครื่องที่อยู่&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ของพระเบญจภาคี&nbsp;ซึ่งพระเบญจภาคี คือ พระเครื่อง&nbsp;5&nbsp;ชนิดที่เป็นสุดยอดพระเครื่องของประเทศไทย ได้แก่&nbsp;1.พระสมเด็จ&nbsp;2.พระนางพญา&nbsp;3.พระกำแพงซุ้มกอ&nbsp;4.พระผงสุพรรณ&nbsp;5.พระรอด&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%86%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พระเครื่อง คืออะไร ?</title>
		<link>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[siamamulet]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 08:12:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.siamamuletcollection.com/?p=1413</guid>

					<description><![CDATA[พระเครื่อง คือ วัตถุมงคลที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชน เชื่อว่าพระเครื่องสามารถบันดาลโชคลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม และความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ผู้ครอบครอง พระเครื่องมีมากมายหลายประเภท แต่ละประเภทมีพุทธคุณที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล ผู้ที่บูชาพระเครื่องควรศึกษาพุทธคุณของพระเครื่องให้ดีก่อนบูชาเพื่อจะได้เกิดประโยชน์สูงสุด&#160;   พระเครื่อง ในประเทศไทยมีมานานหลายศตวรรษ สันนิษฐานว่าเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย จนถึงสมัยปัจจุบัน พระเครื่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ พระสมเด็จวัดระฆัง พระนางพญา พระกำแพงซุ้มกอ พระผงสุพรรณ พระรอด พระหลวงปู่ทวด พระหลวงพ่อเงิน พระหลวงพ่อโสธร พระหลวงพ่อปานวัดบางนมโค พระหลวงพ่อแก้ววัดเคลือวัลย์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>พระเครื่อง</strong> คือ วัตถุมงคลที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชน เชื่อว่าพระเครื่องสามารถบันดาลโชคลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม และความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ผู้ครอบครอง พระเครื่องมีมากมายหลายประเภท แต่ละประเภทมีพุทธคุณที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล ผู้ที่บูชาพระเครื่องควรศึกษาพุทธคุณของพระเครื่องให้ดีก่อนบูชาเพื่อจะได้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;</p>



<p>  <strong>พระเครื่อง </strong>ในประเทศไทยมีมานานหลายศตวรรษ สันนิษฐานว่าเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย จนถึงสมัยปัจจุบัน พระเครื่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ พระสมเด็จวัดระฆัง พระนางพญา พระกำแพงซุ้มกอ พระผงสุพรรณ พระรอด พระหลวงปู่ทวด พระหลวงพ่อเงิน พระหลวงพ่อโสธร พระหลวงพ่อปานวัดบางนมโค พระหลวงพ่อแก้ววัดเคลือวัลย์ พระหลวงปู่โต๊ะ หลวงปู่ทิม เป็นต้น เป็นวัตถุมงคลที่มีความสำคัญต่อพุทธศาสนิกชนชาวไทยเป็นอย่างมาก เชื่อกันว่าพระเครื่องสามารถบันดาลโชคลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม และความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ผู้ครอบครอง ผู้ที่บูชาพระเครื่องควรศึกษาพุทธคุณของพระเครื่องให้ดีก่อนบูชาเพื่อจะได้เกิดประโยชน์สูงสุด </p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไขข้อสงสัย พระสมเด็จหลังอักษรจีนมีความหมายว่าอะไรบ้าง</title>
		<link>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1/</link>
					<comments>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[siamamulet]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 01:48:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.siamamuletcollection.com/?p=1290</guid>

					<description><![CDATA[สมเด็จวัดระฆังหลังอักษรจีนถูกสร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์โต ย้อนกลับไปราวๆ ปี 2406 – 2411 พ่อค้าชาวจีนเดินทางเข้ามาค้าขายและตั้งรกรากในสยามมากมาย โดยที่มีชาวจีนจำนวนไม่น้อยที่เป็นชาวพุทธ มีความศรัทธาในพุทธศาสนาและสมเด็จฯโต ดังนั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์โตจึงได้สร้างพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์หลังอักษรจีนขึ้นมา เพื่อแจกจ่ายให้ชาวจีนที่มีความศรัทธาได้นำไปบูชาหรือนำติดตัวไปในระหว่างทำการค้า อักษรจีนที่อยู่ด้านหลังพระสมเด็จมักจะเป็นอักษรจีนมงคล คำอวยพร รวมถึงแซ่ต่างๆ ทั้งนี้พระสมเด็จหลังอักษรจีนได้แบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ ได้แก่ แบบกดพิมพ์ตัวอักษรจีนหรือภาษาจีนบนหลังองค์พระอย่างชัดเจน และแบบลบแต่งตัวอักษรจีนหรือภาษาจีนบางส่วน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สมเด็จวัดระฆังหลังอักษรจีนถูกสร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์โต ย้อนกลับไปราวๆ ปี 2406 – 2411 พ่อค้าชาวจีนเดินทางเข้ามาค้าขายและตั้งรกรากในสยามมากมาย โดยที่มีชาวจีนจำนวนไม่น้อยที่เป็นชาวพุทธ มีความศรัทธาในพุทธศาสนาและสมเด็จฯโต ดังนั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์โตจึงได้สร้างพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์หลังอักษรจีนขึ้นมา เพื่อแจกจ่ายให้ชาวจีนที่มีความศรัทธาได้นำไปบูชาหรือนำติดตัวไปในระหว่างทำการค้า</p>



<p>อักษรจีนที่อยู่ด้านหลังพระสมเด็จมักจะเป็นอักษรจีนมงคล คำอวยพร รวมถึงแซ่ต่างๆ ทั้งนี้พระสมเด็จหลังอักษรจีนได้แบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ ได้แก่ แบบกดพิมพ์ตัวอักษรจีนหรือภาษาจีนบนหลังองค์พระอย่างชัดเจน และแบบลบแต่งตัวอักษรจีนหรือภาษาจีนบางส่วน เพื่อให้องค์พระมีความสวยงามมากขึ้น</p>



<p>อักษรจีนที่มีความหมายมงคล</p>



<p>吉 มีความหมายว่า โชคดี</p>



<p>福 มีความหมายว่า การปกป้องและอวยพร ทั้งยังหมายถึงความสุขได้อีกด้วย</p>



<p>富裕苏克 มีความหมายว่า มั่งมี ศรีสุข</p>



<p>益利 มีความหมายว่า กำไร</p>



<p>横财 มีความหมายว่า โชคลาภ</p>



<p>荣 มีความหมายว่า รุ่งโรจน์ รุ่งเรือง</p>



<p>药 มีความหมายว่า ยา</p>



<p>天 มีความหมายว่า ท้องฟ้า / สวรรค์</p>



<p>黄金万两 มีความหมายว่า ทองคำหมื่นตำลึง</p>



<p>佛教圣 มีความหมายว่า พุทธศาสนาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์</p>



<p>京 มีความหมายว่า เมืองปักกิ่ง</p>



<p>อักษรจีนที่มีความหมายเป็นแซ่(สกุล)</p>



<p>鄭 มีความหมายว่า (แซ่เจิ้ง) ราชวงศ์จักรี</p>



<p>京 王 มีความหมายว่า พระมหากษัตริย์ วังหลวง หมายถึง รัชกาลที่ 4</p>



<p>郑皇 มีความหมายว่า พระมหากษัตริย์จักรพรรดิแห่งราชวงศ์จักรี</p>



<p>鄭皇 มีความหมายว่า พระมหากษัตริย์จักรพรรดิแห่งราชวงศ์จักรี</p>



<p>皇 มีความหมายว่า จักรพรรดิ</p>



<p>吴 มีความหมายว่าอู๋ ซึ่งหมายถึงตระกูลอู๋แซ่โง่ว</p>



<p>นอกจากตัวษรที่มีความหมายมงคลแล้ว ตัวอักษรที่สำคัญคงจะหนีไม่พ้น คำว่า 花大師 มีความหมายว่า พระอาจารย์ขรัวโต หรือ สมเด็จฯโต ซึ่งมีที่มาจาก คำว่า 花 อ่านออกเสียง Huā (แทนคำว่า) ขรัว, 大 แปลว่า โต หรือ ใหญ่, 師 แปลว่าครู-อาจารย์,ผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้น 花大師 จึงหมายถึง พระอาจารย์ขรัวโตนั่นเอง</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="574" height="382" src="https://www.siamamuletcollection.com/wp-content/uploads/2025/10/image.png" alt="" class="wp-image-1291" style="width:574px;height:auto" srcset="https://www.siamamuletcollection.com/wp-content/uploads/2025/10/image.png 574w, https://www.siamamuletcollection.com/wp-content/uploads/2025/10/image-300x200.png 300w" sizes="(max-width: 574px) 100vw, 574px" /></figure>



<p class="has-text-align-center has-small-font-size">(รูปภาพพระสมเด็จวัดระฆังจาก Siamamuletcollection SAC66A0156) </p>



<p>พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ เกศทะลุซุ้ม ด้านหลังมีอักษรจีน4ตัวทำด้วยโลหะ อักษร 吉 ตัวนี้มีความหมายว่า โชคดี  </p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img decoding="async" width="513" height="382" src="https://www.siamamuletcollection.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1.png" alt="" class="wp-image-1292" srcset="https://www.siamamuletcollection.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1.png 513w, https://www.siamamuletcollection.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1-300x223.png 300w" sizes="(max-width: 513px) 100vw, 513px" /></figure>



<p class="has-text-align-center has-small-font-size">(รูปภาพพระสมเด็จวัดระฆังจาก&nbsp;Siamamuletcollection&nbsp;SAC66A0156)&nbsp;</p>



<p>พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่เนื้อผงมหาพุทธคุณ ด้านหลังมีอักษร&nbsp;壽&nbsp;ซึ่งมีความหมายว่าอายุยืน&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img decoding="async" width="540" height="382" src="https://www.siamamuletcollection.com/wp-content/uploads/2025/10/image-2.png" alt="" class="wp-image-1293" srcset="https://www.siamamuletcollection.com/wp-content/uploads/2025/10/image-2.png 540w, https://www.siamamuletcollection.com/wp-content/uploads/2025/10/image-2-300x212.png 300w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></figure>



<p class="has-text-align-center has-small-font-size">(รูปภาพพระสมเด็จวัดระฆังจาก&nbsp;Siamamuletcollection&nbsp;SAC66A0670)&nbsp;</p>



<p>พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ ทรงกลาง อกผาย เกศทะลุซุ้ม&nbsp;ด้านหลังมีอักษร&nbsp;福&nbsp;มีความหมายว่า การปกป้องและอวยพร&nbsp;ทั้งยังหมายถึงความสุขได้อีกด้วย&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธาตุที่พบได้บ่อยในองค์พระ</title>
		<link>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c/</link>
					<comments>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[siamamulet]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 01:40:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.siamamuletcollection.com/?p=1287</guid>

					<description><![CDATA[ธาตุที่พบได้บ่อยในองค์พระโดยสยามอมูเลทคอลเลทชั่น ธาตุหลักที่สำคัญในการตรวจสอบอายุของพระสมเด็จฯ 1.แคลเซียม 2.ยูเรเนียม 3.ทอเรียม ระดับของแคลเซียมใช้บ่งบอกอายุของพระ โดย แคลเซียมอยู่ที่ น้อยกว่า 35% คือ ยุคปลาย, 35-40% คือ ยุคกลาง, 40% ขึ้นไป คือ ยุคต้น ตัวย่างของพระสมเด็จในยุคต้น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ธาตุที่พบได้บ่อยในองค์พระโดยสยามอมูเลทคอลเลทชั่น</p>



<p>ธาตุหลักที่สำคัญในการตรวจสอบอายุของพระสมเด็จฯ</p>



<p>1.แคลเซียม</p>



<p>2.ยูเรเนียม</p>



<p>3.ทอเรียม</p>



<p>ระดับของแคลเซียมใช้บ่งบอกอายุของพระ โดย</p>



<p>แคลเซียมอยู่ที่ น้อยกว่า 35% คือ ยุคปลาย, 35-40% คือ ยุคกลาง, 40% ขึ้นไป คือ ยุคต้น</p>



<p>ตัวย่างของพระสมเด็จในยุคต้น จะเห็นได้ว่ามีค่าแคมเซียมอยู่ที่ 41.77% พระสมเด็จองค์นี้จึงอยู่ในยุคต้น</p>



<p>ตัวย่างของพระสมเด็จในยุคต้น มีค่าแคมเซียมอยู่ที่ 36.31% จัดอยู่ในเร้จระหว่าง 35-40% พระสมเด็จองค์นี้จึงอยู่ในยุคกลาง</p>



<p>ตัวย่างของพระสมเด็จในยุคต้น มีค่าแคมเซียมอยู่ที่ 28.45% ซึ่งมีแคลเซียมน้อยว่า 35% พระสมเด็จองค์นี้จึงอยู่ในยุคปลาย</p>



<p>ตัวอย่างธาตุที่พบบ่อยในพระนางพญาได้แก่ แคลเซียม (Ca) ธาตุกึ่งโลหะ (Le) ยูเรเนียม (U)</p>



<p>โดยที่ในพระนางพญาหรือพระเนื้อผงอื่นๆ ธาตุยูเรเนียมที่ตรวจพบจะต้องไม่เกิน 14</p>



<p>ตัวอย่างธาตุที่พบบ่อยในพระเครื่องตระกูลโลหะ</p>



<p>1. ธาตุโลหะ</p>



<p>2. Pb (Plumbum) ตะกั่วเป็นธาตุโลหะ</p>



<p>3. Cu (Copper) ทองแดง</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.siamamuletcollection.com/%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
